สโตนเฮนจ์ ปริศนาหินพิศวง

Stonehenge
Stonehenge
สโตนเฮนจ์ Stonehenge

Stonehenge ปริศนาหินพิศวง

สถาปัตยกรรมหินพิศวง สโตนเฮนจ (Stonehenge) เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่หนักถึง 30 ตัน จำนวน 112 ก้อน ถูกวางตั้งเรียงรายราว 3 กิโลเมตร เป็นวงกลมกลางทุ่งกว้างใหญ่ ซ้อนกัน 3 วง บางก้อนนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนซ้อนทับอยู่บนยอดก้อนหินที่ตั้งอยู่สองก้อน ไม่มีใครทราบว่าเอามาตั้งเพื่ออะไร และนำเอามาอย่างไร มันตั้งตระหง่านอยู่บนที่ราบซาลิสบิวรี ในเขตวิลท์เชอร์ (Wiltshire) ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษมากว่า 5,000 ปีล่วงมาแล้ว

นับว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชวนพิศวง แสดงให้เห็นถึงการอพยพย้ายถิ่นฐานของชนเผ่าเร่ร่อนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นวิวัฒนาการความก้าวหน้าหรือความเสื่อมถอยของชนเผ่าในยุคนั้น รวมถึงพิธีกรรมความเชื่อในไสยศาสตร์ ก่อนที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสร้าง สโตนเฮนจ์ จะถูกเปิดเผย ได้มีการตั้งข้อสมมุติฐานต่าง ๆ นานา บ้างก็คิดว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ป้องกันข้าศึก หรืออาจจะเป็นสุสานหรือวิหารที่บูชาเทพจันทรา

ขณะที่นักวิชาการและนักโบราณคดีบางกลุ่มเชื่อว่ามันเป็นซากปรักหักพังของวิหารโรมัน บ้างก็ว่าใช้เป็นที่ประกอบพิธีบูชาพระอาทิตย์ บางกลุ่มเชื่อว่าเป็นที่ประกอบพิธีฝังศพ หรืออาจจะเป็นสถานที่สำหรับเยียวยาผู้ป่วย เพราะบริเวณนี้พบกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บมากผิดปกติ

Stonehenge
สโตนเฮนจ์ Stonehenge

ส่วนนักดาราศาสตร์ก็อ้างว่า สามารถถอดรหัสแนวหิน สโตนเฮนจ์ ได้ว่าเป็นเครื่องคำนวณเวลายุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งใช้เป็นปฏิทินดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ เพราะแนวหินกลุ่มก้อนต่าง ๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวพระเคราะห์ทั้งสิ้น แม้ทฤษฏีทั้งหลายจะมีตัวเลข และสถิติผลการวิจัยสนับสนุน แต่ก็ยังไม่มีแนวคิดใดไขปริศนาลึกลับแห่ง สโตนเฮนจ์ ได้อย่างสมบูรณ์

อาจารย์เจอรัลด์ เอส.ฮอว์กินส์ นักดาราศาสตร์ กล่าวว่า ลักษณะการเรียงตัวของสโตนเฉนจ์นั้นเป็นไปในแนวเดียวกับวงโคจรของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ดังนั้น เจ้าสิ่งนี้มันก็เป็นเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถพยากรณ์การเกิดสุริยุคราส หรือจันทรคราสได้

การก่อสร้าง สโตนเฮนจ์ นั้น ทำสืบเนื่องกันมาถึง 3 ระยะ ในช่วงเวลาประมาณ 1,500 ปี โดยคำนวณอายุได้จากการใช้กัมมันตภาพรังสี ในระยะแรกของการก่อสร้าง ผู้สร้างน่าจะเป็นพวกนักล่าสัตว์หรือชาวนาที่อพยพมาจากภาคพื้นทวีปได้สร้างมันเป็นรูปวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 11 กิโลเมตร

Heel StoneHeel Stone

โดยรอบนอกพวกเขาขุดหลุมเอาไว้ด้วยพลั่วที่ทำจากเขากวางและกระดูกไหปลาร้าวัว ภายในหลุมก็จะใส่หินปูนสีขาวไว้ และเชื่อกันว่าแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงบนหินในช่วงฤดูร้อนนั้น จะช่วยส่งเสริมพลังอำนาจให้กับผู้ประกอบพิธีบูชาเทพเจ้า ส่วนตรงปากทางเข้าจะมี หินฮีล (Heel Stone) วางตั้งอยู่ จะสังเกตได้ว่าหินที่อยู่ในวงกลมจะตั้งอยู่ในแนวเดียวกันกับหินที่อยู่รอบนอก

ความลึกลับชวนค้นหานั้นเอง ทำให้ สโตนเฮนจ์ ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของอังกฤษ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาเยี่ยมเยียนชมกลุ่มหินประหลาดนี้เป็นจำนวนมาก

Stonehenge สโตนเฮนจ์ Stonehenge

ความน่าพิศวงอีกอย่างหนึ่งของ สโตนเฮนจ์ ก็คือบริเวณรอบ ๆ นั้น เป็นทุ่งกว้างไม่มีภูเขาหรือสิ่งก่อสร้างด้วยก้อนหินอื่น ๆ จึงเป็นปริศนาว่าหินยักษ์เหล่านี้ มาจากที่ไหน และด้วยความหนักและใหญ่ของหินแต่ละก้นจึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ หากมนุษย์เรายังไม่มีเครื่องทุ่นแรงจะยกหรือลากมันมาได้

จึงมีความเชื่อของคนบางกลุ่มว่า สโตนเฮนจ์ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต่างดาว สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางประการ เช่น เดียวกับที่หมู่บ้าน Avebury ซึ่งอยู่ไกลจาก สโตนเฮนจ์ไปประมาณ 25 กิโลเมตร ที่ Avebury แห่งนี้เองมีลักษณะคล้ายกับสโตนเฮนจ์ มีหินขนาดใหญ่วางเรียงห่าง ๆ กันเป็นวงกลมชั้นเดียว เรียกกันว่า Avebury Stone Circles ถึงจะดูไม่ยิ่งใหญ่ อลังการเท่าสโตนเฮนจ์ ก็สามารถสัมผัสอย่างใกล้ชิดได้

Stonehenge สโตนเฮนจ์ Stonehenge

เรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ เขานำหินเหล่านี้มาวางไว้ตรงนี้ได้อย่างไร เพราะคงต้องใช้คนนับพันเพื่อที่จะลากมันมาจากไหนสักแห่ง หินเหล่านี้ถูกนำมาจากหลายแห่งด้วยกัน ซึ่งหินซาร์เซนน่าจะถูกชักลากมาจากทุ่ง มาร์ลโปรโรดาวนส์ ส่วนหินสีน้ำเงินก้อนใหญ่ที่สุด สันนิษฐานว่ามาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นเวลส์ โดยใช้แพลำเสียงล่องมาตามชายฝั่ง แล้วชักลากต่อมาทางบก ใช้เวลายาวนานถึง 7 ปี เต็มกว่าภารกิจนี้จะเสร็จสิ้น จากนั้นหินขนาดใหญ่เหล่านี้ ก็ถูกนำมาประกอบขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของมนุษย์ ถือเป็นความมหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรมของมนุษยชาติที่น่ายกย่องสรรเสริญ

– – – – – – – – – – – – – – – 

ที่มา : http://travel.kapook.com/view16233.html

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: